ริมน้ำ (บทนำ,ตอนที่1และ2)

posted on 26 Apr 2011 15:00 by graylady
      สวัสดีจ้ะ ^^ Cool เห็นหลายๆคนแต่งนิยายกัน เลยลองแต่งมั่ง แต่เห็นส่วนใหญ่เป็นนิยายโรแมนติก แบบวัยรุ่นวุ่นรักWink กันไปมากแล้วฉันเลยแต่งแบบฆาตรกรรมและสยองหน่อยพร้อมทั้งโรแมนติกด้วย(แต่น้อยมากๆนะโรแมนติกเนี่ย) งั้นลองอ่านกันหน่อยจ้ะ ติชมด้วยเด้อ เดี๋ยวฉ้านน จะหลงตัวเองเกินไป ฮ่าๆๆๆMoney mouth
กระเป๋าเดินทาง 

ขอเสนอนิยายเรื่อง

ริมน้ำ

น้ำตกมรณะ

...สิ่งที่คุณได้ยิน อาจไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ สิ่งที่คุณได้เห็น อาจไม่ใช่เสียงแห่งความห่วงใยอีกต่อไป อย่าปิดตาหากได้เห็น อย่าปิดหูหากได้ยิน จงเชื่อมั่นในความเป็นจริง...

บทนำ

       ตะวันเริ่มอ่อนแสงลงใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที เปรียบเสมือนชีวิตมนุษย์แสนสั้น จากแรกเกิดประเดี๋ยวเดียวก็แก่...และต้องพบจุดจบกับความตาย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเราทุกคนพบจดจบเช่นเดียวกัน เมฆนั่งคิดในใจพลางถอนหายใจ นึกถึงแม่ของเขาที่จากไปตั้งแต่เขายังเด็กด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมฆจึงอยู่กับตายายมาตลอด นับว่ายังโชคดีที่พ่อทิ้งมรดกก้อนโตไว้ให้ก่อนจะไปแต่งงานใหม่

“เมฆ ฉันมีข่าวดีมาบอก” ควีน เพื่อนสาวที่โตมาด้วยกันวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น

“ก็ พ่อฉันจะพาไปเที่ยวน้ำตกหลังเราเอนท์ ติดน่ะสิ”

“ใช้คำว่าเราอย่าบอกนะว่า พ่อเธอมาขอยายให้ฉันไปด้วย”

“อ้าวไม่ดีหรอกเหรอ ก็พ่อชอบบอกว่า ฉันเป็นผู้หญิงดูแลตัวเองไม่ค่อยได้ถ้าอยากไปก็ต้องไปชวนนายเป็นเพื่อนเนี่ย”

“ควีนเราว่าพ่อเธอแปลกนะ มาไว้ใจเราได้ไงถ้าเราเกิดหน้ามืดไปทำอะไรเธอล่ะ”

“คิดว่าเราจะไปแค่2คนเหรอ ฮ่าๆ ฉันชวนเพื่อนไปหลายคนอยู่แล้วล่ะ เตรียมตัวไว้นะอีก2วันออกเดินทาง บายจ้ะ”

“ดะ....ดะ...เดี๋ยวก่อนสิควีน อ้าว”  พูดจบควีนก็วิ่งหายออกออกไป แล้วทุกวันควีนก็จะวิ่งเอารูปน้ำตกเหนือ-ฟ้า มาให้ดูทุกวันจนถึงวันเดินทาง

“เอ้า เร็วๆ โว้ย รถจะออกแล้ว” ลุงเซียนพ่อของควีนพูด

“มาแล้วค่ะพ่อ พวกเราเอากระเป๋าไว้ท้ายรถเลย” ควีนบอกทุกคน

“เฮ้ย! ครบยังว่ะ” ลุงเซียนพูดเร็วๆเหมือนอยากให้อะไรเสร็จไปซักอย่าง พอครบรถตู้คันเก่าเกือบจะเป็นรถที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่าอยู่แล้ว แต่ลุงเซียนก็ยังรักษาให้มันสามารถมาแล่นบนถนนได้ดี

                ระหว่างทางที่มาน้ำตกเหนือฟ้าบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากแดดจ้า ก็กลายเป็นท้องฟ้ามืดครึ้มสลับกันไปมา เหมือนมีใครไปกดรีโมทอย่างนั้น ใกล้จะถึงน้ำตกแล้ว เสียงน้ำตกก็ได้ยินมาแต่ไกลๆแต่บางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนไปก็เริ่มเกิดขึ้นเรื่อยๆ เมฆสังเกตบางคนในรถคันนี้เริ่มมีบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม

บทที่ 1

รถจอดลงหน้า “โรงแรมร่มแก้ว” ฟังดูน่าพิสมัยหนัก พวกเรารีบยกข้าวของขึ้นห้องพัก กะว่าจะเที่ยวให้เต็มที่สัก 4 วัน เนื่องจากน้ำตกเหนือฟ้ามีถึง 7 ชั้นและชั้นบนสุดยังมีทะเลหมอกอีกด้วย พวกเราจึงตื่นเต้นกันเป็นพิเศษ

“ควีน พ่ออยู่ได้แค่ 1วันนะเดี๋ยวถ้าหยุดบ่อย พนักงานที่บริษัทอู้ เจ๊งกันพอดี”

“ก็ได้ค่ะพ่อแต่อย่าลืมมารับหนูแล้วกันนะ”

“จ้ะ ไม่ลืมหรอก”

“วันนี้เราไปเล่นน้ำซักนิดดีกว่า นอนไม่หลับหรอกถ้าไม่ได้เล่นน่ะ” ฝนบอกแล้วรีบเดินไปที่น้ำตกซึ่งอยู่ใกล้ๆ โรงแรมซึ่งน่าเรียกว่ารีสอร์ทมากกว่าเสียอีก

“อืม งั้นไปกันเถอะแต่อย่าไปนานนะเดี๋ยวก็มืดหาทางกลับที่พักไม่เจอพอดี” ลุงเซียนบอกเสียงชวนขัน เพราะทำเหมือนเราเป็นเด็กๆที่จะหาที่พักกลับไม่ได้ ทั้งที่โรงแรมก็อยู่ใกล้กันกับน้ำตก

                ฝน เด็กสาวที่รุ่นราวคราวเดียวกับเมฆและควีน ชื่อของเธอก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคนชอบเล่นน้ำมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้ว่าเธอจะร่ำรวยขนาดไหนแต่เธอก็ไม่เคยหยิ่งยโสเลยทำให้เพื่อนๆ รวมถึงคนรอบข้างชอบเธอเป็นพิเศษ

“เฮ้อ! วันนี้รู้สึกปวดหัวชะมัดอยากจะเล่นน้ำให้ซะใจไปเลย” ฝนพูดแล้วกระโดดโลดเต้นทำท่าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ

“ว่าไงนะฝน เธอปวดหัวเหรอ งั้นเธอก็ห้ามเล่นน้ำเด็ดขาด ไม่งั้นไม่สบายพรุ่งนี้ได้ส่งกลับบ้านอดเที่ยวแน่” สายรุ้ง พี่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มทั้งที่อายุเท่ากัน แต่กลับทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของทุกคนในกลุ่มเป็นอย่างดี

“ก็ได้ค่ะ แม่” ฝนพูดเสียงเบา ทำหน้าหงอยๆ แล้วก็เอาแค่ขาลงแช่น้ำ พร้อมกวักมือเรียกใครบางคนให้เดินมาทางนี้

“ยัยเนยมาไวๆ สิเห็นไหมว่าเกร็ดฉันแห้งหมดแล้ว” น้องเนย หรือ นายหิน ซึ่งจะเป็นเพื่อนก็ไม่ใช่ คนรับใช้ก็ไม่เชิงของฝน รีบเอาน้ำมาให้ ความจริงแล้วน้องเนยหรือนายหินก็คือ นายศิลา   โอฬารกาล แต่หลังจากเปลี่ยนมาเป็นหญิงก็เรียกซะใหม่ ว่า น้องเนย แทน

                ฟ้ามืดลงเรื่อยๆ พร้อมกับสายลมโบกพัดมาเบาๆ ถ้าเป็นในกรุงเทพก็คงจะโรแมนติก แต่ในชนบทที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า เป็นพื้นหลังดูจะเป็นภาพที่วิเวกวังเวงเสียจริงๆ

“กลับโรงแรมกันเถอะ เย็นมากแล้ว” เมฆพูดแล้วชี้ไปที่ท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้ว

“งั้นก็กลับกันเถอะ” ใครบางคนพูดขึ้น

                ดูเหมือนว่าตอนกลางคืนโรงแรมจะเงียบเสียยิ่งกว่าบรรยากาศตอนที่นั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องคนเดียวอีก ห้องพักหลายห้องตอนนี้ก็เต็มหมดแล้ว ทั้งๆที่คนอยู่เต็มโรงแรมแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดจากริมฝีปากของใครเลย

แอดดดดดด

                สายรุ้งและโดนัทเปิดประตูเข้าไปในห้องแค่เสียงประตูก็บอกให้รู้ว่า โรงแรมร่มแก้ว แห่งนี้คงก่อสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับรถตู้ของลุงเซียน

“เฮ้อ! โล่งอกนึกว่าเปิดออกมาแล้วจะมีผีโผล่ออกมาเหมือนในหนังสยองขวัญซะอีก”                                   โดนัท สาวน้อยผู้ร่าเริงทั้งที่จริงเธอนั้นชอบดูหนังผีหรือหนังสยองขวัญเอามากๆ ทั้งผีช่องแอร์ ผีใต้เตียง ผีหลังเก้าอี้ ผีจีน ผีกระสือ ผีปอบ ฯลฯ จนบางทีชอบละเมอว่าตัวเองเป็นผีหรือไม่ก็กำลังถูกผีไล่ล่า จนเพื่อนๆก็ต้องบอกว่าเธอมันบ๊องที่สุด แต่เธอรักเพื่อนมากเพราะพ่อเธอเป็นถึงมาเฟียที่มีอิทธิพลในอิตาลีเลยทีเดียว

“ อีกแล้วนะนัทบอกแล้วไง ว่าอย่าพูด” สายรุ้งพร้อมแสดงอาการที่เรียกว่า กลัวน้ำตาแทบไหล จนเสียภาพ “คุณแม่” ของกลุ่มไปเลย

“นั่นแน่ะกลัวล่ะสิ คุณแม่ขี้กลัว”

“นี่นัทว่าเราเหรอมานี่ซะดีๆ” สายรุ้งพูดแล้วทำท่าจะหยิบกุญแจไปตีโดนัท ถ้าเสียงโทรศัพท์ของเธอไม่ดังขึ้นก่อน

“ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ต้องการพูดกับใครค่ะ” สายรุ้งกรอกเสียงใส่โทรศัพท์แบบกึ่งทางการ

(อ๋อ นี่ลุงเองหนูสายรุ้งนอนห้องเดียวกับโดนัทใช่ไหม)

“ค่ะ ใช่ค่ะมีอะไรค่ะ”

(พอดีพ่อของโดนัทเค้าโทรมาบอกลุงว่าให้โดนัทกลับบ้านก่อนน่ะเพราะจะพาไปเที่ยว บอกโดนัทให้ลงมาเลย รถที่บ้านมาแล้ว)

“ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ”

“มีอะไรเหรอรุ้ง

“เก็บของเลยเธอน่ะ”

“แหม! คุณแม่ล้อแค่นี้จะไล่กันเลยเหรอ”

“เปล่าซักหน่อย ก็ลุงเซียนบอกว่าพ่อเธอส่งรถมารับไปเที่ยวน่ะ เร็วๆเลย”

“คุณพ่อท่านก็รู้นี่นาว่าเรามาเที่ยวท่านจะส่งรถมาทำไม เฮ้อ!ช่างเหอะ” โดนัทพูดแล้วทำหน้าเซ็ง

                โดนัทเก็บของเสร็จแล้วรีบลงไป ทิ้งให้สายรุ้งนอนกลัวอยู่คนเดียว จนแสงแห่งจันทราลาลับขอบฟ้า ยินดีต้อนรับการกลับมาของแสงสุริยาแทน

บทที่ 2

                ดวงอาทิตย์สาดส่องแสงสวยยามเช้า ภายใต้กรอบแก้วที่เป็นบรรยากาศของป่าไม้ ทำให้มองแล้วเป็นภาพที่ทดแทนบรรยากาศอันน่าหดหู่ของตอนกลางคืนได้ทีเดียว

“เอ้า เร็วเข้า เช็คจำนวนเพื่อนด้วยยังครบหรือเปล่า หรือยังนอนหลับอยู่ไปปลุกด้วยนะ” ควีนพูดอย่างรวดเร็ว

“โดนัทหายไป อยู่ไหนเนี่ย”  แคมป์ เด็กผู้ชายตัวสูง ร้องดังขึ้นมา

“ไม่หรอก เมื่อคืนนี้พ่อโดนัทมารับไปแล้วน่ะ” สายรุ้งร้องบอก

“หว้า! เสียดายจังขาดสมาชิกทีมไปอีกคน” ควีนบอกเพื่อนหน้าเศร้า

“ขาดใครไปเหรอจ้ะ” น้ำเสียงสดใสแต่เจือปนไปด้วยความโศกเศร้าดังขึ้น โดนัทนั่นเอง

“อ้าว! เธอไม่ได้กลับไปเที่ยวกับพ่อหรอกเหรอ” สายรุ้งถามด้วยสีหน้าฉงนกับเหตุการณ์

“ก็...ฉันขอคุณพ่อกลับมาน่ะ ฉะ...ฉันอยากมาเที่ยวนี่นา” โดนัทตอบพร้อมปรับสีหน้าให้ดีขึ้น

“ดีแล้วล่ะ มีคนเยอะดีสนุก เนอะ?”  เสียงแคมป์ พูดดังกลบเกลื่อนเสียงอื่นที่พูดกันไม่รู้ศัพท์

“โอเค!! ออกเดินทางกันเถอะ อ้อ! นัทเธอไม่เอาของไปเล่นน้ำเหรอ เห็นอยากเล่นน้ำตกไม่ใช่เหรอ”  สายรุ้งถามระหว่างที่ออกเดินทางไปตะลุยเล่นน้ำตกกัน

“ฉะ...ฉันไม่อยากเล่นแล้วล่ะจ้ะ เมื่อคืนกว่าจะขอคุณพ่อได้ นานนะ เหนื่อยเลย  และที่สำคัญฉันไม่กล้าไปแย่งน้ำยัยฝนเล่นหรอก จริงมั้ย ฮ่าๆ” โดนัทดูหน้าตาตื่นๆ ดูไม่มีเรี่ยวแรง แถมยังทำเรื่องตลกที่ไม่เห็นตลกตรงไหนให้ฟังอีก  จนสายรุ้งชักเริ่มสงสัย

“นี่ นัทเธอมีอะไรบอกเราได้นะ ปรึกษาได้ ตอนที่เธอกลับมาเนี่ยเธอแปลกๆไปนะ ไม่สบายหรือป่าว อยากพักหรือป่าว”

“ฉันสบายดีรุ้ง สบายดีมากด้วย”  โดนัทตอบเหมือนฝืนทน อดกลั้นอะไรอยู่ในอก

“จริงนะ ถ้าไม่สบายบอกฉันได้นะ เดี๋ยวฉันจะพากลับโรงแรมไปนอนพักได้นะ” 

“ฉันบอกแล้วไงรุ้ง!! บอกแล้วไง ฉันสบายดี ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันสบายดี สบาย..มากด้วย ฮือๆ”  โดนัทตวาดใส่สายรุ้งเสียงดังจนทุกคนหันมามองแถมยังมองด้วยสีหน้าที่แปลกสุดๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าโดนัทนั้นเป็นสาวน้อยร่าเริง แทบไม่เคยร้องไห้หรือตะโกนใส่ใคร

“นัท เธอเป็นอะไรไปน่ะ เธอ-เปลี่ยน-ไป-นะ ได้ยินไหม” สายรุ้งต้องตะโกนใส่เธอบ้างเพราะโดนัทร้องไห้เสียงดังเหลือเกิน ร้องจนแถบล้มทั้งยืน เหมือนเธอกำลังปลดปล่อยอะไรบางอย่างในตัว

“โอ้! ระ..รุ้ง ฉะ...ฉัน ขอโทษ ฮือๆ ขะ...ขอ ฮือๆ”  โดนัทพร่ำขอโทษสายรุ้งและคนอื่น เป็นพันครั้ง ด้วยน้ำตานองหน้า จนแต่ละคนต้องรีบเดินต่อไป เพราะกลัวว่าถ้ายืนที่เดิมเธอจะขอโทษไม่เลิก

                จนในที่สุดก็เดินทางมาถึงน้ำตกชั้นแรกมีนักท่องเที่ยวประปราย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ แต่กลับหน้าสงสัย ทั้งๆที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่น้ำตกเหนือฟ้า แต่ทั้งในโรงแรม และระหว่างทางเดินที่มาน้ำตก ไม่มีเสียงใดเลย นอกจากเสียงร้องก้องคำรามของน้ำตก เสียงลมอ่อนๆพัดใบไม้ปลิวว่อน เสียงตั๊กแตนและจิ้งหรีดส่งเสียงเรไรเท่านั้น

“ว้าว!! มาถึงน้ำตกสักที รอมานานแล้ว” เสียงร่าเริงของน้ำฝน ช่วยกลบเสียงบรรยากาศที่อึมครึมผิดปกติแถวนี้ได้ดีทีเดียว

“มาถึงแล้วน้ำตกเหนือฟ้าชั้นที่1 เล่นกันได้เลย แต่ว่าให้เวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมงนะเดี๋ยวไปชั้น2 ต่อ แต่ไม่ไกลนักหรอก อย่าลืมนะ ต้องไปเป็นกลุ่มอย่างน้อย 3 คน อ้าว...เรามีกันกี่คนเนี่ย  เค้า รุ้ง นัท เมฆ แคมป์ ฝน หิน เอ้ย! เนย เบส โบว์ 9 คนพอดี แบ่งได้ ประมาณ3กลุ่ม แล้วอีกอย่างรู้ไว้ด้วยใครว่ายน้ำไม่เป็นใส่เสื้อชูชีพหรือเอาห่วงยางไปด้วย น้ำตกมันเชี่ยวมากเลยวันนี้ แล้วก็ห้ามไปเล่นตรงนั้น”  ควีนอธิบายรายละเอียดต่างๆแล้วชี้ไปยังหน้าผาหิน ที่มีป้ายติดไว้ว่า “ว่ายน้ำไม่เป็นห้ามเล่น”

“นัทไม่ไปเล่นเหรอ” สายรุ้งสะกิดถามโดนัทที่นั่งทำหน้าเซื่องซึมอยูบนโขดหินใกล้ๆ บริเวณหน้าผาหิน

“ไปเถอะ ฉันว่ายน้ำไม่เป็นน่ะ เดี๋ยวเป็นภาระคนอื่นเปล่าๆ ฉันนั่งตรงนี้แหละ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อย